การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา COVID-19

โรคติดเชื้อปอดอักเสบ (COVID-19)

สำรวจพื้นที่ฟรีที่เบอร์ 02 290 8500  หรือ ติดต่อเรา

การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา มีความสำคัญอย่างไร?

เมื่อปลายเดือนธันวาคม 2562 องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้รับแจ้งเกี่ยวกับการระบาดของของโรคติดเชื้อปอดอักเสบในเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ยประเทศจีน โดยเกิดจากการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ เรียกว่า SARS-CoV-2 ซึ่งเป็นสายพันธุ์เดียวกับเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดโรคซาร์ส (SARS) และเมอร์ส (MERS) ต่อมาได้มีการประกาศยกระดับการระบาดของโรคดังกล่าว และตั้งชื่อโรคว่า "โรคติดเชื้อปอดอักเสบ หรือ โควิด-19” (COVID-19)

ปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา จำนวนยอดผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนาในประเทศจีนเพิ่มขึ้นมากกว่า 7,000 คน และยังพบผู้ติดเชื้อในประเทศอื่นๆ เช่น ไทย ไต้หวัน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ เกาหลีใต้ เวียดนาม สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส ออสเตรเลีย มาเลเซีย เนปาล เยอรมนี ศรีลังกา กัมพูชา แคนาดา สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ฟินแลนด์ อิตาลี และอังกฤษอีกด้วย

สัญญาณการแพร่ระบาดไปทั่วโลกเช่นนี้ ทำให้องค์การอนามัยโลก (WHO) ต้องประกาศภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขระหว่างประเทศ (Public Health Emergency of International Concern : PHEIC)

นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกต่างทำการศึกษาและค้นคว้าเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ และพบว่า สุขนิสัยในการทำความสะอาดนั้น ช่วยป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนาที่ทำให้เกิดโรค COVID-19 ได้

เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ติดต่อจากคนสู่อีกคนได้อย่างไร?

เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ มีจุดเริ่มต้นจากประเทศจีน และแพร่ระบาดไปในหลายอีกประเทศ จากการศึกษาข้อมูลพบว่า การแพร่ระบาดโดยส่วนใหญ่เกิดจากละอองฝอยที่มาจากการไอหรือจาม (Sneeze effect) ของผู้คน ซึ่งใครก็ตามที่สัมผัสกับละอองฝอยที่มาจากคนป่วยโรคติดเชื้อปอดอักเสบ ผ่านการสัมผัสหรือจับต้องสิ่งของที่ใช้ร่วมกัน ตลอดจนใช้มือที่สัมผัสเชื้อไปสัมผัสจมูก ปาก หรือตาของตนเอง ก็จะทำให้ได้รับเชื้อไวรัสโคโรนานี้เข้าสู่ร่างกายทันที

โรคติดเชื้อปอดอักเสบ (COVID-19) มีอาการอย่างไร?

จากรายงานพบว่า โรคติดเชื้อปอดอักเสบหรือโรคโควิด-19 จะมีลักษณะอาการบ่งชี้ ตั้งแต่ระดับอ่อนไปจนถึงขั้นรุนแรง สามารถสังเกตได้จาก อาการเจ็บป่วยต่อไปนี้ เช่น มีไข้สูงเกิน 37.5 องศาเซลเซียส ไอ จาม หายใจลำบาก ซึ่งอาการเหล่านี้มีระยะฟักตัว 14 วัน หลังจากได้รับเชื้อเข้าสู่ร่างกาย

ข้อควรระวังเกี่ยวกับโรคติดเชื้อปอดอักเสบ (COVID-19) ที่ควรรู้

แม้จะยังไม่มีคำยืนยันเกี่ยวกับวิธีการป้องกันตัวเองจากโรคนี้อย่างเป็นทางการ แต่อย่างไรก็ตาม การปฏิบัติตนตามสุขอนามัยขั้นพื้นฐาน เช่น การล้างมือด้วยน้ำและสบู่นาน 20 วินาที ตลอดจนการใช้แอลกอฮอล์ล้างมือทุกครั้งหลังจากเสร็จสิ้นกิจกรรมต่างๆ เป็นวิธีที่จะสามารถช่วยป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรคและไวรัสได้

หากคุณต้องเดินทางหรือไปทำงานในสถานที่ที่มีผู้คนสัญจรไปมาจำนวนมาก เช่น สนามบิน โรงเรียน โรงพยาบาล เป็นต้น ขอแนะนำให้คุณเริ่มป้องกันตัวเองด้วยวิธีง่ายๆ เช่น การล้างมืออยู่เป็นประจำ

และเพื่อส่งเสริมให้คนตระหนักถึงวิธีการล้างมือที่ถูกต้อง ควรเผยแพร่สื่อความรู้เกี่ยวกับวิธีการล้างมือบริเวณที่ล้างมือต่างๆ เช่น ห้องน้ำ ห้องครัว ไปจนถึงการติดตั้งเครื่องจ่ายสบู่เหลวล้างมือ เครื่องเป่ามือ และเครื่องจ่ายแอลกอฮอล์ล้างมือเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้งานให้รักษาสุขอนามัยมากขึ้น

ปัจจุบัน ยังไม่มีวัคซีนรักษาโรคติดเชื้อปอดอักเสบ (โควิด-19) อย่างเป็นทางการ ตลอดจนยังไม่รายงานหรือประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับยาที่สามารถรักษารักษาโรคชนิดนี้ได้

หากเพิ่งเดินทางกลับจากต่างประเทศ ถือว่ามีความเสี่ยงหรือไม่?

สำหรับนักเดินทางที่กลับจากประเทศกลุ่มเสี่ยง เขตติดโรคอันตรายหรือพื้นที่ที่มีการระบาดต่อเนื่อง หากมีไข้ร่วมกับอาการทางเดินหายใจอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก หายใจเหนื่อยหอบ เกิดขึ้นภายใน 14 วัน หลังเข้ามาในประเทศไทย ควรรีบพบแพทย์ทันที พร้อมทั้งแจ้งประวัติการเดินทางให้เจ้าหน้าที่ทราบ ตลอดจนติดตามข่าวสารและข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขอย่างต่อเนื่อง

การล้างมืออย่างถูกต้อง ช่วยป้องกันเชื้อโรคได้

องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้แนะนำข้อควรปฏิบัติเกี่ยวกับการทำความสะอาดมือที่ช่วยลดความเสี่ยงในการเจ็บป่วย ดังนี้

1. ล้างมือด้วยน้ำและสบู่ นานอย่างน้อย 20 วินาที
2. ล้างออกด้วยน้ำเปล่า ก่อนเช็ดมือให้แห้ง
3. ใช้แอลกอฮอล์ล้างมือ โดยถูมือไปมา อย่างน้อย 20 -30 วินาที จนกระทั่งมือแห้ง

ในกรณีที่ไม่สามารถล้างมือด้วยน้ำและสบู่ได้ ให้ใช้แอลกอฮอล์ล้างมือทำความสะอาดมือแทน

คุณสามารถศึกษาข้อมูลและคำแนะนำเพิ่มเติม เกี่ยวกับไวรัส SARS-CoV-2 หรือโรคติดเชื้อปอดอักเสบ (COVID-19) ได้จากเว็บไซต์ของ องค์การอนามัยโลก และ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข

คุณสามารถดาวน์โหลด อินโฟกราฟิคคำแนะนำการรักษาสุขอนามัยมือเพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อไวรัส ได้จากด้านล่าง